1. หนี้ ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
บุคคลสิทธิหรือสิทธิเรียกร้องนั้น คือความเกี่ยวพันทางกฎหมายระหว่างบุคคลสองฝ่าย
คือ ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้
2. บ่อเกิดแห่งหนี้มี 2 ประการ ได้แก่ นิติกรรมและนิติเหตุ
3. วัตถุแห่งหนี้คือสิ่งที่เจ้าหนี้เรียกให้ลูกหนี้ชำระได้แก่
การกระทำการ การงดเว้นการกระทำ และการส่งมอบทรัพย์สิน
1.1 ความหมาย บ่อเกิด และลักษณะแห่งหนี้
1. หนี้คือ ความผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคลสองฝ่าย บุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่าลูกหนี้
ผู้มีหน้าที่ต้องกระทำการ งดเว้นการกระทำ หรือส่งมอบทรัพย์สินต่อบุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง
ซึ่งเรียกว่าเจ้าหนี้
2. หนี้เกิดจากนิติกรรม และนิติเหตุ ลักษณะสิทธิในหนี้นั้น
เป็นบุคคลสิทธิ ซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง
และเป็นสิทธิที่จำกัดอยู่ในวัตถุแห่งหนี้ โดยเป็นสิทธิเหนือกองทรัพย์สินของลูกหนี้
3. หนี้อาจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้คือ
หนี้มีเงื่อนไข หนี้มีเงื่อนเวลา หนี้แบ่งได้ (มาตรา 290) และหนี้แบ่งไม่ได้
(มาตรา 301 และ 302)
4. หนี้ประธาน และหนี้อุปกรณ์
มาตรา 290 ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้ และ มีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อ กรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้องรับผิดเพียงเป็นส่วน เท่าๆกัน และเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน
มาตรา 301 ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งกันชำระมิได้ ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน
มาตรา 302 ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระมิได้และ มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ ถ้าบุคคลเหล่านั้นมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน ไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ได้แต่จะชำระหนี้ให้ได้ประโยชน์ แก่บุคคลเหล่านั้น ทั้งหมดด้วยกัน และเจ้าหนี้แต่ละคนจะเรียกชำระหนี้ได้ก็แต่เพื่อได้ ประโยชน์ด้วยกันหมดทุกคนเท่านั้น อนึ่ง เจ้าหนี้แต่ละคนจะเรียก ให้ลูกหนี้วางทรัพย์ที่เป็นหนี้นั้นไว้เพื่อประโยชน์แห่งเจ้าหนี้หมดทุก คนด้วยกันก็ได้ หรือถ้าทรัพย์นั้นไม่ควรแก่การจะวางไว้ ก็ให้ส่งแก่ ผู้พิทักษ์ทรัพย์ซึ่งศาลจะได้ตั้งแต่งขึ้น
นอกจากนี้ ข้อความจริงใดที่เท้าถึงเจ้าหนี้คนหนึ่งเท่านั้น หา เป็นไปเพื่อคุณหรือโทษแก่เจ้าหนี้คนอื่น ๆ ด้วยไม่
1.1.1 หนี้คืออะไร
ความหมายของคำว่าหนี้
หนี้เป็นบุคคลสิทธิหรือสิทธิเรียกร้อง
คือความเกี่ยวพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย คือเจ้าหนี้และลูกหนี้
เช่นหนี้ที่เกิดจากสัญญาต่างๆ ซึ่งเป็นนิติกรรม 2 ฝ่าย ต้องมีเจ้าหนี้และลูกหนี้
1.1.2 บ่อเกิดและลักษณะของสิทธิแห่งหนี้
บ่อเกิดแห่งหนี้มีกี่อย่าง ยกตัวอย่างประกอบ
บ่อเกิดแห่งหนี้มี 2 อย่าง คือ
ก. นิติกรรมและสัญญา นิติกรรมฝ่ายเดียวซึ่งต้องมีผู้รับการแสดงเจตนาก็เป็นเหตุก่อให้เกิดหนี้ได้เช่นกัน
ข. นิติเหตุ ได้แก่ จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ ละเมิด
และตามกฎหมายอื่น เช่น หนี้ค่าภาษีอากรซึ่งเกิดจากบทบัญญัติประมวลรัษฎากร
ลักษณะของสิทธิในหนี้ที่สำคัญมีอะไรบ้าง
ลักษณะแห่งสิทธิในหนี้ เป็นบุคคลสิทธิหรือสิทธิเรียกร้องที่ใช้บังคับกันระหว่างคู่กรณี
บุคคลสิทธินั้นถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง
สิทธิในหนี้นั้นจำกัดอยู่ในวัตถุแห่งหนี้เท่านั้น จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติการนอกเหนือจากวัตถุแห่งหนี้ไม่ได้
สิทธิของเจ้าหนี้มีโดยเท่าเทียมกันที่จะได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้
1.1.3 ประเภทต่างๆของหนี้
เราแบ่งหนี้ออกได้เป็นกี่ประเภท ยกตัวอย่างประกอบ
หนี้อาจแบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้
คือหนี้มีเงื่อนไข หนี้มีเงื่อนเวลา หนี้แบ่งได้ (มาตรา 290) และหนี้แบ่งไม่ได้
(มาตรา 301 และ มาตรา 302) หนี้ประธานและหนี้อุปกรณี
1.2 วัตถุแห่งหนี้
1. วัตถุแห่งหนี้มี 3 ประการได้แก่ การกระทำการ
การงดเว้นกระทำการ และการงดเว้นการกระทำ และการส่งมอบทรัพย์สิน
2. เมื่อเกิดหนี้ขึ้น
เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้
เว้นแต่หนี้นั้นจะเป็นหนี้ขาดอายุความ หนี้ขาดหลักฐานหรือหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยที่จะชำระ
3. ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้คือ
ทรัพย์อันเป็นวัตถุในการชำระหนี้ อาจเป็นทรัพย์ที่ยังมิได้กำหนดแน่นอน
หรือเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง
4. การเลือกวัตถุแห่งหนี้นั้น
ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ลูกหนี้จะเป็นฝ่ายเลือก
หรืออาจตกลงให้เจ้าหนี้หรือบุคคลภายนอกเป็นผู้เลือกได้
การเลือกทำโดยการแสดงเจตนาต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
1.2.1 ชนิดของวัตถุแห่งหนี้
วัตถุแห่งหนี้คืออะไร แตกต่างจากวัตถุประสงค์แห่งนิติกรรมสัญญาอย่างไร
วัตถุแห่งหนี้มีอยู่ 3 ประการ คือ การกระทำการ
การงดเว้นกระทำการ หรือการส่งมอบทรัพย์สิน วัตถุแห่งหนี้แตกต่างกับวัตถุประสงค์แห่งนิติกรรม
เพราะวัตถุแห่งหนี้อยู่ในขั้นผล คือเกิดหนี้ขึ้นแล้ว
ส่วนวัตถุที่ประสงค์แห่งนิติกรรมอยู่ในขั้นมูลฐานอันจะก่อให้เกิดหนี้
วัตถุแห่งหนี้มีอยู่ในมูลหนี้ทุกชนิด
วัตถุที่ประสงค์มีได้เฉพาะในเรื่องนิติกรรมสัญญา วัตถุแห่งหนี้มี 3 ประการ
แต่วัตถุที่ประสงค์แห่งนิติกรรมมีได้ไม่จำกัด
ที่ว่า “เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้” ท่านเข้าใจว่าอย่างไร อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรา 219 ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับ ผิดชอบนั้นไซร้ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น
ถ้าภายหลังที่ได้ก่อหนี้ขึ้นแล้วนั้น ลูกหนี้กลายเป็นคนไม่สามารถ จะชำระหนี้ได้ไซร้ ท่านให้ถือเสมือนว่าเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การ ชำระหนี้ตกเป็นอันพ้นวิสัยฉะนั้น
ที่ว่า “เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้” เป็นหลักทั่วไป แต่มีข้อยกเว้น
ซึ่งเจ้าหนี้ไม่อาจเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ 3 กรณี คือ
ก. หนี้ประเภทนี้ เป็นหนี้ซึ่งมีอยู่จริงแต่กฎหมายห้ามฟ้องร้อง
เพราะเหตุว่าเป็นหนี้ที่ขาดอายุความ หรือหนี้ขาดหลักฐานในกรณีซึ่งหนี้นั้นเป็น
ข. หนี้ขาดหลักฐานในกรณีซึ่งหนี้นั้นเป็นประเภทที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องทำเป็นหลักฐานเป็นหนังสือ
ค. หนี้อันเป็นการพ้นวิสัยจะชำระกันได้ (มาตรา 219 วรรคแรก)
1.2.2 ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้
กฎหมายบัญญัติในเรื่องทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้อย่างไรบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรา 195 เมื่อทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นได้ระบุไว้แต่เพียง เป็นประเภท และถ้าตามสภาพแห่งนิติกรรม หรือตามเจตนาของ คู่กรณีไม่อาจจะกำหนดได้ว่าทรัพย์นั้นจะพึงเป็นชนิดอย่างไรไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องส่งมอบทรัพย์ชนิดปานกลาง
ตามมาตรา 195 บัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้
อันหมายถึงทรัพย์อันเป็นวัตถุในการชำระหนี้ไว้เป็น 2 ประการคือ ทรัพย์ได้ระบุไว้แต่เป็นเพียงประเภทและทรัพย์เฉพาะสิ่งคือทรัพย์ซึ่งได้กำหนดเพื่อจะส่งมอบแล้ว
ก. ตกลงขายข้าวให้ ข. จำนวน 100 กระสอบ ขณะตรวจนับข้าวสารอยู่ได้ 50 กระสอบ ข.
ติดธุระไม่อาจจะอยู่เลือกต่อไปได้ ตกลงกับ ก. ว่า จะมาเลือกวันรุ่งขึ้น
ในคืนนั้นเองไฟไหม้โรงเก็บข้าวสารหมดโดยไม่ใช่ความผิดของ ก.
ผลในกฎหมายจะเป็นอย่างไร
แยกเป็น 2 ประเด็น คือ
ก. ยังคงต้องรับผิดชำระข้าวสารอีก 50 กระสอบ
เพราะเป็นกรณีต้องตามมาตรา 195 วรรคแรก โดยส่งมอบข้าวสารชนิดปานกลาง
ข. ก.
ไม่ต้องรับผิดชดใช้ข้าวสารอีก 50 กระสอบ ซึ่งได้เลือกโดยความยินยอมของ ข. แล้ว
ข้าวสาร 50 กระสอบดังกล่าวเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง
1.2.3 การเลือกวัตถุแห่งหนี้
กฎหมายบัญญัติการเลือกวัตถุแห่งหนี้ไว้อย่างไร อธิบายและยกตัวอย่าง
โดยหลักแล้วสิทธิที่จะเลือกทำการอย่างใดนั้น
ตกอยู่กับฝ่ายลูกหนี้ หากการกระทำเพื่อการชำระหนี้นั้นมีหลายอย่าง
แต่คู่กรณีอาจตกลงให้เจ้าหนี้ หรือบุคคลภายนอกเป็นผู้มีสิทธิเลือกก็ได้
การเลือกนั้นต้องกระทำโดยการแสดงเจตนา หากเป็นกรณีที่บุคคลภายนอกเป็นผู้เลือก
บุคคลภายนอกนั้นต้องแสดงเจตนาเลือกต่อลูกหนี้
แล้วลูกหนี้จึงแจ้งความนั้นให้เจ้าหนี้ทราบ
แบบประเมินผลตนเองหน่วยที่ 1
1.
หนี้คือบุคคลสิทธิหรือสิทธิเรียกร้องอันเป็นความเกี่ยวพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล
2 ฝ่ายคือ เจ้าหนี้และลูกหนี้
2.
บ่อเกิดแห่งหนี้มี 2 ประการคือ นิติกรรมและนิติเหตุ
3.
วัตถุแห่งหนี้คือ สิ่งที่จะเรียกร้องให้ชำระในมูลหนี้นั้น
4.
วัตถุแห่งหนี้มี 3 อย่างคือ การกระทำการ
งดเว้นกระทำการ และการส่งมอบทรัพย์สิน
5.
เมื่อเกิดหนี้ขึ้นเจ้าหนี้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้
โดยสิ้นเชิง มีข้อยกเว้นคือ หนี้ขาดอายุความ
หนี้ขาดหลักฐาน และหนี้ที่กลายเป็นพ้นวิสัย
6.
ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ คือ ทรัพย์ซึ่งเข้ามาเกี่ยวกับวัตถุแห่งหนี้
หรืออาจเรียกว่าทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุในการชำระหนี้
7.
วัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่าง ผู้เลือก ได้แก่ (ก) ลูกหนี้ (ข) เจ้าหนี้ (ค) บุคคลภายนอก
8.
การเลือกวัตถุแห่งหนี้นั้นต้องทำ โดยการแสดงเจตนา
9.
วัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่าง
หากตกเป็นพ้นวิสัยบางอย่างผู้มีสิทธิเลือก ต้องเลือกสิ่งที่ยังเป็นวิสัย
10.
เมื่อผู้มีสิทธิเลือกได้เลือกวัตถุแห่งหนี้เป็นอย่างใดแล้ว จะกลับใจไม่ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น